เราจะมาพูดถึง ประวัติและความเป็นมาของฟุตบอลโลก มาแนะนำให้ทุกท่านได้ทำความรู้จักกันครับว่าประวัติความเป็นมาอย่างไรกันบ้าง มาดูไปพร้อมกันเลยครับ

ประวัติความเป็นมาของฟุตบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลกน้ันได้มีจุดเริ่มต้นมาจาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ต้องที่จะทำการจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการระดับโลกที่ไม่ใช่แค่การแข่งขันโอลิมปิกเหมือนที่ผ่านๆมาเพราะว่าการแข่งฟุตบอลโอลิมปิกนั้นเป็นการแข่งขันของมือสมัครเล่น ซึ่งได้มีการคิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914 แต่ได้มีการจัดการแข่งขันขึ้นจริงในปี 1930 ซึ่งต้องรอยุคจูลส์ ริเม่ต์ เป็นประธานฟีฟ่า และการจัดการแข่งขันฟุตบอลดลกในครั้งแรกนั้นก๋มีการจัดการแข่งขันที่ประเทศ อุรุกวัย นั่นเอง

ประวัติการแข่งขันฟุตบอลโลก

เรามาดูกันครับว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งหมด 19 ครั้งที่ผ่านมานั้น มีประเทศไหนเป็นเจ้าภาพบ้าง มาดูกันเลยครับ

ครั้งที่ 1 ค.ศ.1930 ประเทศอุรุกวัย

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งแรกนั้นได้มีการจัดการแข่งขันขึ้นที่ ประเทศอุรุกวัย โดยที่จะมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 13 ทีม และจะมีการแบ่งกลุ่มการแข่งขันออกเป็น 4 กลุ่ม และจะอันดับที่ 1 ของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และสุดท้ายคู่ชิงชนะเลิศก็เป็นการแข่นขันระหว่าง อุรุกวัย และ อาร์เจนติน่า และอุรุกวัย ก็สามารถเอาชนะไปได้ 4-2 คว้าแชมป์โลกมาครองได้เป็นสมัยแรก

ครั้งที่ 2 ค.ศ. 1934 ประเทศอิตาลี

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบที่สองนั้น อุรุกวัยแชมป์เก่าไม่ได้เข้าร่วมแข่งขัน จึงได้มีการจัดการแข่งขันที่ประเทศอิตาลี ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้นั้นได้มีทีมเพิ่มขึ้นมาอีก 3 ทีม จากที่รอบแรกมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเพียง 13 ทีม แต่ในรอบนี้นั้นได้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม อีกทั้งแชมป์เก่าอย่างอุรุกวัยก็ไมได้เข้าร่วมอีกด้วย ซึ่งการจัดการแข่งขันในครั้งนี้นั้น เป็นการจัดการแข่งขันในรูปแบบแพ้คัดออก ซึ่งก็เป็นอิตาลี เจ้าภาพ เข้าชิงกับ เชโกสโลวาเกีย ก่อนที่ อิตาลีจะชนะไปได้ 2-1 คว้าแชมป์โลกสมัยแรกไปครอง

ครั้งที่ 3 ค.ศ. 1938 ประเทศฝรั่งเศส

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบที่สามนั้น ยังคงการใช้รุปแบบในการแข่งงขันในรูปแบบเดิมที่จะใช้ทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม และใช้การแข่งขันแบบแพ้คัดออก และแล้วในครั้งนี้นั้น ก็เป็นอิตาลี เข้าชิงกับฮังการี และประเทศอิตาลีก็สามารถทำการป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ โดยที่สามารถเก็บชัยชนะจาก ฮังการีไปได้ 4 – 2 และคว้าแชป์สมัยสมัยที่สองไปครอง

คร้ังที่ 4 ค.ศ. 1950 ประเทศบราซิล

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สี่นั้น ห่างจากฟุตบอลโลกครั้งก่อนถึง 12 ปี สืบเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใน ครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 15 ทีม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งจะนำอันดับที่ 1 ของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบสุดท้าย แข่งแบบ พบกันหมด และการแข่งขันนัดสุดท้ายในครั้งนี้นั้น บราซิล พบ อุรุกวัย โดยที่ตารางคะแนนตอนนั้น หากบราซิลไม่แพ้ ก็จะคว้าแชมป์โลกทันที แต่กลับมีสถานการพลิกผลัน บราซิล พ่ายแพ้ให้กับทางอุรุกวัย ด้วยสกอร์  1 – 2 จึงทำให้อุรุกวัยสามารถคว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 2 ท่ามกลางความโศกเศร้าของชาวบราซิลกว่า 2 แสนคนที่อยู่ในสนาม

ครั้งที่ 5 ค.ศ. 1954 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ห้านั้น จะใช้รูปแบบในการแข่งขันเหมือนครั้งที่ 4 ซึ่งจะนำอันดับที่ 1 ของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบสุดท้ายแบบพบกันหมด และนัดชิงในครั้งนี้นั้นจะเป็นการแข่งขันระหว่าง เยอรมันนี พบกับ ฮังการี  ซึ่งฮังการีนั้นมีดรีกรีเป็นถึงเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 1952 แต่แล้วสุดท้ายเยอรมันนีก็สามารถโค่นฮังการีได้สำเร็จด้วยสกอร์ 3 – 2 ทั้งที่เป็นฝ่ายตามหลังอยู่ 0 – 2 ซึ่งแมทที่ทั้งคู่เจอคกันก่อนหน้านี้นั้นฮังการีเป็นฝ่ายชนะแบบถล่มทลาย 8 – 3

ครั้งที่ 6 ค.ศ. 1958 ประเทศสวีเดน

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่หกนั้น ถือว่าเป็นฟุตบอลโลกแจ้งเกิดของชายหนุ่มที่ชื่อ เปเล่ อย่างแท้จริง โดย บราซิล สามารถลบล้างความผิดหวังจาก ค.ศ. 1950 ได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยการเอาชนะเจ้าภาพสวีเดน 5 – 2 อีก ทั้งเกมนี้เปเล่ ยังจัดการซัด 2 ประตูอีกด้วย ส่วนแชมป์เก่าอย่างเยอรมนี ก็สามารถทำได้เพียงคว้าอันดับที่ 4 เท่านั้น ซึ่งได้พ่ายให้กับฝรั่งเศษไป 3 – 6 อีกด้วย

ครั้งที่ 7 ค.ศ. 1962 ประเทศชิลี

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่เจ็ดนั้น เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของทีมชาติบราซิลก็ว่าได้ เนื่องจากสามารถป้องกันแชมป์และคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ต่อจากอิตาลีที่สามารถป้องกัน แชมป์ได้ในปี 1934 และ 1938 ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศ บราซิลสามารถเอาชนะเชโกสโลวาเกียไปได้ 3 – 1 จึงทำให้ทีมชาติบราซิลเป็นทีมที่ 2 ที่สามารถทำการคว้าแชมป์ได้ 2 สมัยต่อจากประเทศอิตาลี

ครั้งที่ 8 ค.ศ. 1966 ประเทศอังกฤษ

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่แปดนั้น ได้ถูกจัดขึ้นในประเทศที่เป็นต้นตำรับฟุตบอลอย่างประเทศอังกฤษ และมีเหตุการณ์ที่ทำเอาเหล่าแฟนบอลต่างตกใจกันทั่วโลกนั่นก็คือ ลูกยิงของ เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์ต ที่ยิงชน คาน ก่อนเด้งลงบนเส้นประตูอย่างรวดเร็ว ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งผู้ตัดสินก็ตัดสินใจให้เป็นประตู ทำให้ อังกฤษขึ้นนำเยอรมนี 3 – 2 ท่ามกลางการถกเถียงกันอย่างยาวนานว่า ลูกนี้เข้าหรือไม่เข้า อย่างไรก็ ตาม เฮิร์ตได้ยิงเพิ่มอีก 1 ประตู กลายเป็นแฮตทริคที่ส่งอังกฤษทะยานเป็นแชมป์โลกครั้งแรกและครั้งเดียว จนถึงทุกวันนี้

ครั้งที่ 9 ค.ศ. 1970 ประเทศเม็กซิโก

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่เก้านั้น ฟีฟ่า ได้ยื่นเงื่อนไขว่า หากชาติใดคว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 3 ก่อน ก็จะได้กรรมสิทธิ์ถ้วยจูลส์ ริเม่ต์ ไปครอง ซึ่งในตอนนั้นก้มี 2 ทีมที่มีสิทธิ์ที่จะได้รับถ้วยไปครอง นั่นก็คือ ทีมชาติอิตาลี และทีมชาติบราชิล และกลายเป็นบราซิล สามารถคว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 3 โดยโค่นอิตาลี แชมป์โลก 2 สมัยไป 4-1 ในนัดชิงชนะเลิศ จึงทำให้ทีมชาติบราชิลเป็นทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์ได้ 3 สมัยเป็นทีมแรกและก็ได้รับถ้วยจูลส์ ริเม่ต์ ไปครอง

ครั้งที่ 10 ค.ศ. 1974 ประเทศเยอรมนี

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบนั้น นับเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกที่ใช้ถ้วยการแข่งขันถ้วยใหม่ นั่นคือ ถ้วยฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ยังเป็นการ แข่งขันที่มีศึกสายเลือด คือ เยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออก อยู่ร่วมกลุ่มกันในรอบแรก ซึ่งการพบกัน ของทั้งสองทีม เป็นฝั่งตะวันออกชนะตะวันตกไปได้ 1 – 0 แต่ว่ารอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่างเยอรมนีตะวันตกกับเนเธอร์แลนด์ แล้วก็เป็นเยอรมนีตะวันตกที่คว้า แชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 2 ได้เป็นที่สำเร็จ

ครั้งที่ 11 ค.ศ. 1978 ประเทศอาร์เจนตินา

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบเอ็ดนั้น ถือว่าเป็นครั้งที่ทำให้เนเธอร์แลนด์ต้องอกหักเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน โดยที่การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ได้แชมป์โลกหน้าใหม่ นั่นคือ ทีมชาติอาร์เจนตินา โดยสามารถเอาชนะ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 3 – 1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษได้สำเร็จ อีกทั้งการแข่งขันฟุตบอลโลกในรอบนี้นั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่มีการแข่งขัน 16 ทีมอีกด้วย

ครั้งที่ 12 ค.ศ. 1982 ประเทศอิตาลี

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบสองนั้น ได้เป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกขยายทีมเพิ่มขึ้นเป็น 24 ทีม รอบแรกแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม และจะคัดสองทีมที่ดีที่สุดในกลุ่ม เข้าสู่รอบสอง โดยที่รอบสองนั้นจะเหลือทีมอยู่ 12 ทีม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม คัดอันดับ 1 ของกลุ่ม จากจำนวน 4 ทีม เข้ารอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศต่อไป และก็เป็นอิตาลีที่ได้เข้าชิงกับเยอรมนี และก็เป็นอิตาลีที่สามารถคว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์ 3 – 1 เป็นแชมป์โลกสมัยที่ 3 และเป็นแชมป์โลก ครั้งแรกในรอบ 44 ปี

ครั้งที่ 13 ค.ศ. 1986 ประเทศเม็กซิโก

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบสามนั้น กลับมาจัดที่เม็กซิโกอีกครั้ง เนื่องจากโคลอมเบียเจ้าภาพ ได้ถอนตัวออกไป และการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้นั้น ถือการแจ้งเกิดของดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักเตะ อาร์เจนติน่าอีกด้วย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่ออาร์เจนติน่า พบ อังกฤษ ซึ่งมารา โดน่า ได้ใช้มือปัดบอลเข้าประตู ท่ามกลางคนดูที่เห็นกันทั่วสนาม ยกเว้นผู้ตัดสิน นัดชิงชนะเลิศ ก็เป็นอาร์เจนติน่าที่สามารถชนะเยอรมนีตะวันตกไปได้ 3 – 2 คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในรอบ 8 ปีไปครองได้สำเร็จ

ครั้งที่ 14 ค.ศ. 1990 ประเทศอิตาลี

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบสี่นั้น แชมป์เก่า อาร์เจนติน่า เปิดสนามพ่ายแคเมอรูนแบบช็อกโลก 0 – 1 แต่ถือว่าโชคดีที่ยังสามารถคว้าตำแหน่งอันดับ 3 เอาไว้ได้ สำหรับนัดชิงชนะเลิศนั้นเป็นการชิงระหว่าง แชมป์เก่าอาร์เจนติน่า พบกับเยอรมนีตะวันตก และอันเดรีย เบรเม่ห์ สามารถยิงจุดโทษนาทีที่ 85 ให้เยอรมนีตะวันตกล้างแค้นอาร์เจนติน่า คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ

ครั้งที่ 15 ค.ศ. 1994 ประเทศสหรัฐอเมริกา

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบห้านั้น นับว่าเกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่ทีมอังกฤษและฝรั่งเศส ไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกได้ , กองหลัง โคลอมเบีย หลังสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง ทำให้โคลอมเบียตกรอบแรก , ท่ากล่อมลูกหลังยิงประตูได้ของเบเบ โต้ กองหน้าบราซิล จนโด่งดังไปทั่วโลก , ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักเตะของอาร์เจนติน่า ถูกตรวจพบสาร กระตุ้น จึงโดนไล่กลับประเทศ และเหตุการณ์อื่นๆอีกมากมาย

ครั้งที่ 16 ค.ศ. 1998 ประเทศฝรั่งเศส

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบหกนั้น เป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วม 32 ทีม เนื่องจากมีจำนวนประเทศที่มากขึ้น จากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และการแตกประเทศของยูโกสลาเวีย และเจ้าภาพฝรั่งเศส สามารถโค่นแชมป์เก่าบราซิล 3 – 0 เปิดซิงแชมป์โลกสมัยแรก อีกทั้งยังมีข่าวโด่งดังที่ เดวิด เบ็ค แฮม ถูกใบแดงไล่ออกในเกมที่พ่ายดวลจุดโทษอาร์เจนติน่า รอบ 16 ทีมสุดท้าย จนกลายเป็นแพะรับบาปของ ชาวอังกฤษอยู่นาน รวมถึงการแจ้งเกิดของไมเคิล โอเว่น อย่างเป็นทางการอีกด้วย

ครั้งที่ 17 ค.ศ. 2002 ประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบเจ็ดนั้น นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในเอเชียเป็นครั้งแรก และยังเป็นครั้งแรกที่มีการจัดการแข่งขันโดยใช้เจ้าภาพร่วมระหว่างประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น อีกทั้งทางเจ้าภาพเกาหลีใต้ สามารถทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศ ท่ามกลางความกังขาของคนดูต่างไม่ค่อยพอใจในผลที่ออกมานัก แต่สุดท้ายบราซิล ก็สามารถคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 5 ทั้งที่ไม่ได้เป็นทีมเต็งแชมป์ สามารถเอาชนะเยอรมนีไปได้ 2 – 0 อีกด้วย

ครั้งที่ 18 ค.ศ. 2006 ประเทศเยอรมนี

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบแปดนั้น ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างอิตาลีพบฝรั่งเศส เพราะเป็นการลงเล่นนัดสุดท้ายของซีเนดีน ซีดาน ซึ่งเป็นฮีโร่พาทีมคว้า แชมป์โลกปี 1998 และเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสมาถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่แล้วสุดท้ายนั้น ฝรั่งเศษก็มาพ่ายแพ้ให้กับอิตาลี ในการดวลจุดโทษ 5 – 3 ทำให้อิตาลีสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ส่วนซีดานก็จบชีวิตการค้า แข้งได้ไม่สวยงามนัก

ครั้งที่ 19 ค.ศ. 2010 ประเทศแอฟริกาใต้

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่สิบเก้านั้น ถือว่าเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกบนแผ่นดินทวีปแอฟริกา และก็ได้เกิดเหตุพลิกล็อกขึ้นเมื่อแชมป์โลกและรองแชมป์โลก อย่างอิตาลีและฝรั่งเศส ต่างตกรอบแรกด้วยกันทั้งคู่ สุดท้าย สเปนสามารถโค่นเนเธอร์แลนด์ 1-0 ในช่วงต่อ เวลานัดชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์โลกสมัยแรกไปครอง

ครั้งที่ 20 ค.ศ. 2014 ประเทศบราซิล

การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ยี่สิบนั้น ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศบราซิล ได้โอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ซึ่งพวกเขาตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะ คว้าแชมป์สมัยที่ 6 บนแผ่นดินเกิดของตัวเองแต่ทุกอย่างก็ต้องดับสลายลงแค่รอบรองชนะเลิศ เนื่องจากได้พ่ายแพ้ให้กับเยอรมนีแบบย่อยยับด้วยสกอร์ 1 – 7 และก็เป็นเยอรมันนีที่คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ไปครอง จากการ เฉือนชนะ อาร์เจนติน่า ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ครั้งที่ 21 ค.ศ. 2018 ประเทศรัสเซีย

ฟุตบอลโลก 2018 เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลก ที่จัดขึ้นโดยประเทศรัสเซีย นับเป็นการจัดครั้งแรกของรัสเซียและยุโรปตะวันออก และเป็นครั้งแรกที่ประเทศเจ้าภาพคาบเกี่ยวระหว่างสองทวีป คือ ยุโรปกับเอเชีย โดยการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ จบลงด้วยการที่ทีมชาติฝรั่งเศส เอาชนะโครเอเชียไป 4-2 ประตูและได้แชมป์ไป

ครั้งที่ 22 ค.ศ. 2022 ประเทศกาตาร์

ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ที่กำลังแข่งทุกวันนี้ ถือเป็นครังแรกของการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศในโซนอาหรับ ซึ่งหากท่านผู้อ่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฟุตบอลโลก 2022 สามารถคลิกเข้าไปอ่านที่ลิงค์นี้ได้เลย